Categories
News

อาหารเพื่อสุขภาพ อาหารมื้อเช้า สำคัญขาดไม่ได้

อาหารเพื่อสุขภาพ อาหารมื้อเช้า สำคัญขาดไม่ได้ อาหารมื้อเช้าดีต่อสุขภาพ การรับประทานอาหารเช้าเป็นการเติมพลังงานให้กับร่างกาย เนื่องจากพลังที่ร่างกายจะได้มาจากการย่อยสลายอาหารประเภท คาร์โบไฮเดรตให้อยู่ในรูปของน้ำตาลหรือกลูโดส (Glucose)ไว้ในเลือดเป็นหลัก และบางส่วนถูกเก็บเป็นพลังงานสำรองที่เรียกว่าไกลโคเจน(Glycogen)ตามกล้ามเนื้อและตับ ในขณะหลับร่างกายจะไม่ได้พลังงานจากสารอาหารที่รับประทานอาหาร จึงต้องดึงไกลโคเจนออกมาใช้ตลอดคืน เพื่อช่วยคงระดับน้ำตาลในเลือดไม่ให้ต่ำจนเกินไป

หลังการนอนเป็นเวลานานร่างกายจึงมีระดับไกลโคเจนที่เป็นแหล่งพลังงานสำรองถูกนำไปใช้จนหมด ร่างกายจึงเริ่มสลายกรดไขมัน เพื่อนำไปเป็นพลังงานแทนชั่วคราวซึ่งไม่ค่อยมีประสิทธิภาพในการใช้เป็นพลังงาน จึงทำให้รู้สึกเหนื่อยล้า อ่อนแรง ส่งผลต่อการเรียนรู้ หรือการทำงานได้ไม่เต็มที่

ดังนั้น การเริ่มต้นในวันใหม่ ควรรับประทานอาหารเช้าตามหลักโภชนาการจะช่วยให้ได้รับสารอาหารและวิตามินที่จำเป็นในแต่ละวันอย่างครบถ้วน ด้วยการเลือกอาหารเช้าที่อุดมไปด้วยธัญพืช ไฟเบอร์ และโปรตีน แต่มีระดับน้ำตาลพอเหมาะจะช่วยกระตุ้นสมองให้พร้อมการเรียนรู้

อาหารเช้าที่ควรเลือกรับประทาน ได้แก่

1. คาร์โบไฮเดรต เช่น ข้าวกล้อง ซีเรียลธัญพืช เป็นต้น
2. ผักและผลไม้
3. โปรตีนจากเนื้อสัตว์ไม่ติดมัน เช่นไข่ ถั่ว
4. นมหรือผลิตภัณฑ์จากนมที่มีไขมันต่ำ เช่น นมพร่องขาดมันเนย โยเกริ์ต หรือชีสไขมันต่ำ

การที่คนเราไม่รับประทานอาหารเช้าเนื่องจากเวลาเร่งรีบทำให้บางวันหรือเกือบทุกวันไม่ได้รับประทานอาหารเช้า และบางคนการไม่รับประทานอาหารเช้าเพราะต้องการลดความอ้วน นั่นเป็นความคิดที่ผิดอย่างมาก เนื่องด้วยผลจากการวิจัย ถ้าคนไม่รับประทานอาหารเช้าอาจมีผลทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น อันเป็นผลมาจากการสั่งการของสมอง ซึ่งจะสั่งให้ทานอาหารเพิ่มขึ้นในมื้อถัดไป และผลเสียอีกตามมาคือถ้าคนที่ไม่รับประทานอาหารเช้าจะเกิดโรคต่าง ๆ ดังนี้ ( จากหนังสือ สุขภาพดี อายุยืน คุณทำเองได้)

1. โรคอ้วน การประชุมประจำปีของสมคมแพทย์หัวใจ (American Heart Association) มีการเสนอผลการวิจัยชื่อว่า CARDIA Studyที่พบว่า อัตราการเกิดโรคที่เรียกว่า ภาวะดื้อต่ออินซูลินที่ทำให้อ้วนได้ และยังพบว่าคนที่เป็นโรคเบาหวานมีอัตราลดลงสำหรับผู้ที่รับประทานอาหารเช้าอย่างสม่ำเสมอถึง 35 – 50 เปอร์เซ็น เมื่อเทียบกับผู้ไม่รับประทานอาหารเช้า

และคนที่ไม่รับประทานอาหารเช้า สมองจะหลั่งสารนิวโรเพปไทด์ วาย (Neuropeptide Y )ซึ่งจะมีผลทำให้เรากินเพิ่มขึ้นโดยไม่รู้ตัว ส่งผลให้กินจุบกินจิบทั้งวัน และทำให้กินอาหารมื้ออื่นเพิ่มขึ้นมากกว่าปกติ ทำให้เกิดโอกาสอ้วนขึ้นได้ไม่ยาก

2. โรคอัลไซเมอร์ คือโรคอาการขั้นต้นจะเหมือนสมองเสื่อมอย่างคนแก่ แต่ขั้นสุดท้ายของอัลไซเมอร์คือ จะไม่รับรู้อะไรเลย อาการของโรคอัลไซเมอร์สามารถเริ่มต้นอายุยังน้อย เพียง 35 ปี ก็เป็นกันได้เสียแล้ว ซึ่งไม่ใช่เป็นเฉพาะคนแก่ เท่านั้นที่จะเป็นโรคอัลไซเมอร์ ถ้าเราไม่ได้รับประทานอาหารเช้า จะทำให้สมองขาดอาหาร ส่งผลให้มีโอกาสเป็นหลง ๆ ลืม ๆ ตั้งแต่อายุยังน้อยได้ และก็จะมีโอกาสเป็นอัลไซเมอร์ได้มากขึ้น

3. ร่างกายทรุดโทรม เมื่อร่างกายไม่ได้รับพลังงานจากอาหารเช้า ทำให้ร่างกายไปดึงสารอาหารจากอวัยวะส่วนอื่นออกมา ซึ่งภายใต้กระบวนการนี้จะเกิดกรดชนิดหนึ่งออกมาด้วย และเมื่อร่างกายต้องผลิตกรดออกมาบ่อย ๆ พออายุมากขึ้นเราก็จะมีโรคตามมาหลายอย่าง เช่น มะเร็ง หัวใจ

4. หงุดหงิดและอารมณ์เสียง่าย อ่อนเพลีย เมื่อตื่นขึ้นมาแล้วไม่รับประทานอาหารเช้า ร่างกายก็จะไปดึงพลังงานจากคาร์โบไฮเดรตที่สะสมไว้ในตับ เพื่อเพิ่มระดับน้ำตาลในเลือด เพื่อให้ร่างกายทำงานได้ตามปกติ แต่เมื่อไหร่ที่พลังงานส่วนนี้ถูกใช้ไปจนหมด จะทำให้รู้สึกหงุดหงิด อารมณ์เสียง่าย และอ่อนเพลีย ส่วนผู้ที่รับประทานอาหารเช้าจะมีพลังงานในการทำงานได้นานมากกว่า และในตอนกลางวันจะรู้สึกอ่อนหล้าได้น้อยกว่า

5. สมองทำงานได้ไม่ดีเท่าที่ควร มีงานวิจัยหลายเรื่องที่ระบุว่า การรับประทานอาหารเช้ามีผลต่อการเรียนของนักเรียน และ นักศึกษาด้วย เพราะถ้าสมองรับสารอาหารไม่เพียงพอ สมองจะไม่รับรู้และไม่มีสมาธิในการเรียน ดังนั้นเด็กที่อยู่ในวัยเจริญเติบโต หากได้รับสารอาหารไม่เพียงพออาจจะทำให้ไอคิวต่ำและร่างกายไม่แข็งแรงได้ ส่วนคนที่ทำงาน ก็จะทำให้ทำงานได้ลดลงไม่มีประสิทธิภาพเช่นกัน ดังนั้นควรที่จะรับประทานอาหารเช้าทุกวัน